รีวิวหนัง Steve Jobs – สตีฟ จ็อบส์

เรื่องย่อหนัง

หนัง Steve Jobs หรือชื่อไทยว่า สตีฟ จ็อบส์ ภาพยนตร์พรีเซ็นท์เรื่องราวของชายอัจฉริยะในตอนการเปิดตัวสินค้า 3 ประเภท มาจนกระทั่งการเปิดตัวไอแมค ในปี 1998 และก็จะนำทุกคนไปสู่เบื้องหน้าเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงโลกดิจิตอล นำเรื่องราวจากหนังสือระดับเบสต์เซลเลอร์ของวอลเตอร์ ไอแซ็คซัน ซึ่งเป็นประวัติส่วนตัวของผู้จัดตั้งแบรนด์ โดยได้ ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ มารับบท สตีฟ จ็อบส์ ผู้จัดตั้งแบรนด์ลูกแอปเปิ้ล ร่วมด้วยดาราหนังระดับรางวัลออสการ์อย่าง เคต วินสเลต ในบท โจอันที่นา ฮอฟแมน สมัยก่อนประธานฝ่ายบริหารด้านการตลาดของแมคอินทอช ส่วน สตีฟ วอซเนีชู ผู้ร่วมตั้งแบรนด์ลูกแอปเปิ้ล เล่นบทโดย เซ็ธ โรเกน รวมทั้งได้ เจฟฟ์ แดเนียลส์ มารับบทสมัยก่อนประธานกรรมการบริหารของลูกแอปเปิ้ล

วิภาควิจารณ์ หนัง

เขียนบทโดย แอรอน ซอว์รับประทาน ที่ The Social Network ดูแลโดย ดินแดนนี่ บอยด์ ที่Slumdog Millionaire (2008) แสดงนำโดย ไมเคิล ฟาสบินเดอร์ รวมทั้ง เคส วินสเล็ท ในรูปภาพยนตร์ที่อ้างอิงมาจากตำนานบุคคลผู้มีอำนาจของโลกที่ซิลิคอน วัลเลย์ อย่าง สตีฟ จอบส์! หนังประเด็นนี้ก็เลยแปลงเป็นโปรเจกต์รวมกลุ่มระดับพระรอยดำที่น่าจับตาดูอย่างยิ่ง แล้วก็ได้ปัดกวาดคำกล่าวชมมากมายไปตามคาด

ส่วนประกอบเรื่องของหนังเล่นท่ายากเนื่องจากมันมีแต่ว่าบทสนทนา กล่าว แล้วก็บอก เล่าชีวิตของ สตีฟ จอบส์ ทั้งสิ้นที่ต้องการจะเล่าไม่ว่าจะเกิดเรื่องงาน ทัศนคติ ความข้องเกี่ยว ผ่านช่วงเตรียมความพร้อมก่อนงานพรีเซนต์เปิดตัวผลิตภัณฑ์สามครั้งโดยเกือบจะไม่พาผู้ชมไปภายนอกเส้นเรื่องหลักเลย แต่ว่าท่ายากอันท้านี้กลับทำเป็นถึงแล้วก็ทำให้พวกเราได้ทราบจะตัวตนของ สตีฟ จอบส์ ในแบบที่คนทำตั้งมั่นจะเล่าได้ดีเยี่ยมท็อปฟอร์มไปทุกส่วนประกอบโดยยิ่งไปกว่านั้นในส่วนของบทภาพยนตร์ แล้วก็การแสดง

ถึงแม้ในส่วนของสาระของเรื่องที่ อารอน ซอว์รับประทาน ยังคงจับใจความสำคัญหัวข้อการงานความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ ตัดกับเส้นความเชื่อมโยงกับคนรอบข้างเสมือนที่เขาเคยเขียนกับชีวิตของ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ใน The Social Network แม้กระนั้นใน Steve Jobs เขาท้ามันด้วยแบบอย่างที่เหนือชั้นมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคนชอบดูหนังรางวัลคนจำนวนไม่น้อยอาจจะตลึงในความสามารถของผู้เขียนบทจอมเก๋าคนนี้อยู่ไม่น้อย แม้กระนั้นสำหรับผู้ชมที่ปรารถนาอรรถรสความรื่นเริงใจในแบบที่เสพง่ายดายเสียยิ่งกว่าแล้วก็ตื่นตาตื่นใจกว่านี้ บทสนทนา บอก รวมทั้งบอก ในหนังประเด็นนี้บางครั้งก็อาจจะน่ารำคาญชักชวนหลับได้บ้างอยู่เช่นเดียวกัน

รีวิวหนัง Doctor Strange – จอมเวทย์มหากาฬ

เรื่องย่อหนัง

หนัง Doctor Strange ด็อกเตอร์ สเตรนจ์ บอกเล่าเรื่องราวของศัลยแพทย์ทางประสาทนามสตีเฟ่น สเตรนจ์ คนที่ศึกษาค้นพบโลกอันลี้ลับของเวทมนตร์คาถาและก็มิติอื่นๆภายหลังจากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ แสดงนำโดยเบเนดิคท์ คัมเบอร์กางตช์, ชิเวเทล เอ็จอิโอฟอร์, เรเชล แม็คอดัมส์ รวมทั้งไมเคิล จังหวัดสตูลบาร์ก ร่วมด้วยแมด มิคเคลสังเวย แล้วก็ดาราผู้ครอบครองรางวัลออสการ์ ทิลดา สวินตัน เข้าฉายในประเทศไทย 27 เดือนตุลาคมนี้ ดูแลโดยสก็อต เดอริคสัน (Sinister, The Exorcism of Emily Rose) ภาพยนตร์จะถ่ายทำในมากมายสถานที่ทั้งโลก รวมทั้งลอนดอน นิวยอร์ก ประเทศฮ่องกง และก็กาฐมาณฑุ ประเทศเนปาลผลิตขึ้นจากนักแสดงจากมาร์เวล คอมิกส์ที่แสดงตัวหนแรกใน ‘สเตรนจ์ เทลส์’ ฉบับที่ 101 ที่ออกวางขายในมิ.ย.ปี 1963 ด็อกเตอร์ สเตรนจ์ เดินตามรอยภาพยนตร์บนภาพยนตร์ของมาร์เวล ไอรอน แมน, ดิ อินเครดิเบิ้ล ฮัลค์, ไอรอน แมน 2, ธอร์, กัปตันอเมริกา: อเวนพบร์ที่ 1, ดิ อเวนพบร์ส, ไอรอน แมน 3, ธอร์: ทวยเทพสายฟ้าโลกร้ายกาจ, กัปตันอเมริกา: พญายมถือตัว, การ์เดี้ยนส์ ออฟ เดอะ กาแล็กซี่, อเวนพบร์ส: มหาศึกอัลตรอนกระหน่ำโลก, แอนท์-แมน รวมทั้งเรื่องที่กำลังจะเข้าฉาย กัปตันอเมริกา: ซีวิล วอร์ ( 27 เดือนเมษายน 2016), การ์เดี้ยนส์ ออฟ เดอะ กาแล็กซี่ 2 (เดือนพฤษภาคม 2017) และก็ ธอร์: แร็กท้องนาร็อค (เดือนพฤศจิกายน 2017)

วิภาควิจารณ์ หนัง

ถูกใจนักวิพากษ์วิจารณ์ขอรับ ไม่อ้อมค้อมดี

รีวิวหนัง Light of My Life – คือพ่อ…คือลูก

เรื่องย่อหนัง

หนัง Light of My Life หรือชื่อไทยว่า เป็นบิดา…เป็นลูก เมื่อเชื้อไวรัสประเภทหนึ่งได้ทำให้ประชาชนมนุษย์ผู้หญิงของทั่วโลกเหลือเพียง “ผู้เดียว” คนเป็นบิดาอย่างเขา (เคซีย์ แอฟเฟล็ค) ก็เลยจำต้องทำทุกช่องทางเพื่อคุ้มครองป้องกัน แร็ก (แอนท้องนา พิโนวสกี้) บุตรสาวที่รักให้พ้นจากอันตราย แม้ว่าจะจำต้องให้คุณปลอมตัวเป็นเด็กชาย แม้ว่าจะจำต้องโป้ปดมดเท็จและก็รังควานคนอื่นๆ แล้วก็หากว่าเขาควรจะเป็นศัตรูกับคนทั่วโลก เขาก็จะพิสูจน์ความรักแล้วก็ความทุ่มเทของคนเป็นบิดาหวานใจบุตรสาวคนนี้อย่างหมดหัวใจ


Parent and child journey through the outskirts of society a decade after a pandemic has wiped out half the worldandapos;s population. As a father struggles to protect his child, their bond, and the character of humanity, is tested.

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิว Light of my Life – เป็นบิดา…เป็นลูก
— 4.4/10 —
พล็อตน่าสนุก แม้กระนั้นหนังจริงไม่สนุก เนิบๆช้าๆไม่น่าติดตามเท่าใด
ปราศจากความลุ้นระทึก หนีเอาชีวิตรอดอะไรขนาดนั้น (มีก็น้อยมาก)
มันเป็นหนังที่จะพาพวกเราไปดูสองบิดาลูกคุยกัน 
และมิได้มีฉากแสดงความดราม่าหรือรักลูกให้พวกเราอินเลย

Light of my Life เป็นผลงานการดูแล เขียนบท ของ Casey Affleck น้องของ Ben Allfeck ที่เจ้าตัวนำแสดงด้วยอีกต่างหาก แน่นอน่วาชื่อชั้นของ Casey ย่อมด้อยกว่าผู้พี่ที่มักแสดงหนังใหญ่ๆเสียมากกว่า แต่ว่าความสามารถการแสดงของเขามิได้ด้อยกว่าอะไร (ดีไม่ดีเหนือกว่าด้วยไป) ซึ่งเขาได้พิสูจน์ตนเองมาแล้วกับเรื่อง Machester by the Sea ที่เขาเอารางวัลดารานำชายเยี่ยมที่สุดไปครอบครอง 

และก็ถ้าเกิดมองจากเค้าโครงเรื่องของประเด็นนี้ถือว่ามีวัตถุดิบที่น่าดึงดูดมากมาย น่าสนุกมากมายจริงๆกับเรื่องราวของสองบิดาลูก(สาว) ที่จำต้องฝ่าวิกฤติพบเจอโลกที่โดนเชื้อไวรัสระบาดเอาชีวิตผู้หญิงไปสิ้นโลกรวมทั้งบุตรสาวคนนั้นเป็นเพศหญิงผู้เดียวในโลกที่คงเหลืออยู่ ผู้เป็นบิดาจำเป็นต้องทำทุกๆอย่างเพื่อปกป้องรักษาบุตรสาว ภายใต้อันตรายต่างๆจากคนที่อยู่รอบข้าง พล็อตมันน่าสนุกรวมทั้งน่ามีอะไรให้เล่นลุ้น ตื่นเต้น ระทึกได้มากไม่น้อยเลยทีเดียวเลยจ๊า แม้กระนั้นหนังมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

หนังหัวข้อนี้ตลอดทั้งเรื่องจะเต็มไปด้วยบทสำหรับพูดของสองบิดาลูก ที่จะเล่าอดีตกาลบ้าง เล่านิทานบ้าง ที่มิได้มีฉากไหนซึ้งจนกระทั่งร้องไห้ แล้วก็มิได้มีฉากไหนที่ชี้ให้เห็นความรักอันล้นเปี่ยมของสองบิดาลูกเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำหนังยังเดินเรื่องเรียบกล้วยๆเนิบๆแล้วก็ช้ามากมาย เป็นเอาจริงเอาจังๆไม่ทราบเลยว่าต้องจดจ่ออยู่กับอะไร มันไม่อาจจะดึงผู้ชมให้พอใจตัวหนังได้เลย เป็นถ้าหากรวบมาเป็นหนังสั้นมันคงจะโอเคกว่านี้ เอาจริงเอาจังๆมันก็มีล่ะฉากระทึก แม้กระนั้นคงจะสัก 5% ของเรื่องก็ว่าได้มั้ง คนใดนอนพักผ่อนน้อยเกินไปหรือไปดูหนังประเด็นนี้ช่วงดึกๆมีสิทธิหลับแน่นอน 

อย่างต่ำก็ยังมีการแสดงของสองบิดาลูกที่พอเพียงทำเป็นดีบ้าง (ถึงจะมิได้แสดงถึงความรักของบิดาลูกขนาดนั้นก็เถิด) แม้กระนั้นทั้งสองแสดงได้ธรรมชาติดีหมดทั้งตัว Casey Affleck รวมทั้ง Anna Pniowsky และก็อีกส่วนที่มีความรู้สึกว่าดีเป็นบรรยากาศ โทนภาพ ที่มองหม่นหมองๆหงอยเหงาๆเหมาะสมกับหนังหัวข้อนี้ดี แต่ว่าดูแล้วก็ชักชวนง่วงหงาวหาวนอนแบบเดียวกันนะ 555 แม้กระนั้นตกลงว่างามละกัน

สรุปแล้ว Light of My Life เป็นหนังที่ค่อนข้างจะน่าระอา เนิบ ช้า ไม่สนุก ไม่ตื่นเต้น ไม่ลุ้น ไม่ระทึก ไม่รู้จักจะจับใจความสำคัญอะไรเลย ไม่มีจุดมุ่งหมาย ตกลงว่าแทบไม่มีอะไรให้น่าติดตามเลยจริงๆมันเรื่อยแบบเรื่อยจนถึงเกินความจำเป็น 

รีวิวหนัง Code 8 – ล่าคนโคตรพลัง

เรื่องย่อหนัง

หนัง Code 8 หนังที่ผลิตขึ้นมาจากหนังสั้นอินดี้ที่ระดมทุนจากเว็บไซต์ Indiegogo.com สู่หนังไซไฟพล็อตสุดล้ำ เมื่อโลกมนุษย์มีเด็กที่เกิดมาพร้อมพลังยอดเยี่ยม กลับถูกสังคมบังคับ กระทั่งตัวเองได้แปลงเป็นมิจฉาชีพก่อคดี เขาก็เลยโดนตำรวจตามล่าอย่างไม่ลดละ


A desperate young man possessing special powers clashes with a militarized police force after committing a petty crime. Based on the short film.

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิว Code 8 – ล่าคนโคตรพลัง
— 4.6/10 —
หนังต่อยอดไอเดียที่สอบตก
บทรวมทั้งการเล่าเรื่องมีปัญหามากมายๆ

Code 8 เป็นหนังที่ต่อยอดมาจากหนังสั้นในชื่อเดียวกัน ที่ได้รับการระดมทุนมากที่สุดตั้งแต่เคยมีมาอย่างยิ่งจริงๆ ตัวหนังเกิดเรื่องราวเกี่ยวกับโลกที่มีผู้มีพลังดีเลิศ แม้กระนั้นเป็นเพียงแต่สามัญชนกรุ๊ปน้อยแค่นั้น กลับถูกสังคมข่มเหง แม้กระนั้นแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็แปรไป เมื่อผู้มีพลังบางบุคคลกลับต้องการใช้พลังก่อคดี

จะต้องพูดว่าเคยได้ดูหนังสั้นของประเด็นนี้มาก่อน แล้วก็ว้าวมากมาย เป็นอะไรที่น่าดึงดูดมากมายๆด้วยตัวหนังความยาวราว 10 นาที แม้กระนั้นทำออกมาได้ดิบได้ดีเกินคาด ไม่น่าสนเท่ห์ใจว่าเพราะเหตุไรมันถึงได้ระดมทุนสูงจนถึงสร้างเป็นหนังใหญ่ หนังมีการใช้เค้าเรื่องสำคัญๆจากหนังสั้นมาขยายความ เสริมเติมแต่งออกมาให้มันยาวขึ้น 

เอาจริงเอาจังๆค่อนข้างจะผิดหวังอย่างยิ่งจริงๆ เพราะเหตุว่าฉบับหนังสั้นทำออกมาได้ดิบได้ดีมากมาย ปูเรื่องได้น่าดึงดูด มีโลกที่ถูกเซ็ตเอาไว้ ให้ผู้มีพลังเปลี่ยนเป็นราวกับชนชั้นที่ต่ำต้อย โดยดูหมิ่นเหยียดหยาม โดนบังคับจากสังคม แม้กระนั้นพอเพียงเป็นหนังยาวปั๊บ มันกลับน่าระอาซะแบบงั้น เป็นถ้าเกิดคนใดได้ดูหนังสั้นมาเนี่ยจะกำเนิดปริศนาเลยว่าเห้ย ผู้แสดงนำชายมันเป็นคนไหนกันแน่มาจากไหน มันจำเป็นต้องเก่งมากมายแน่นอนพลังระดับนั้น ยิ่งตอนระเบิดพลังนี่บางทีอาจจะมิได้ดีเลิศแต่ว่ามองอลังกาลกว่าพลังของดารานำชายในหนังยาวทั้งปวง ในหนังยาวผู้แสดงนำชายมองพิการมากมาย มองไม่สมควรค่าแก่ความพิเศษเลยจริงๆการใช้พลังแต่ละฉากเป็นแบบ “เพียงแค่เนี้ยนะ?” เป็นปูมาราวกับเทวดา แม้กระนั้นพอเพียงเอาเข้าจริงก็นะ…

แค่นี้ไม่พอ ในขณะที่เรื่องราวดำเนินไป มีปริศนาเกิดมากมายหลายจุดมากมาย อีกทั้งเบื้องหน้าเบื้อหลังเบื้องหน้าเบื้องหลังผู้แสดง หรือเหตุผลต่างๆที่มันเกิดขึ้น บทมีช่องโหว่มากมาย

แต่ว่าถูกใจที่หนังยังคงยึดใจความสำคัญเหล่าคนมีพลังที่โดนสังคมบังคับเอาไว้ แม้กระนั้นราวกับยิ่งเล่ายิ่งลืมหัวข้อนี้ไป มีการมาตบๆหน่อยในส่วนท้ายเพียงแค่นั้น 

หนังใช้ผู้แสดงหลักจากตัวหนังสั้นเลย ทั้งยัง Robbie Amell หรือ Sung Kang แต่ว่าเพิ่มเติมอีกมาด้วย Stephen Amell รวมทั้งผู้แสดงสมทบคนอื่นซึ่้งเอาเข้าจริงๆไม่มีผู้แสดงตัวไหนน่าจำเลยนิดหน่อยในหนังหัวข้อนี้ ยิ่งพวกตัวประกอบไม่ต้องเอ๋ยถึงเลย จริงๆจะต้องพูดว่าทั้งยังเรื่องก็มิได้มีฉากหรือมีอะไรให้น่าจำจริงๆ 

สรุปแล้ว Code 8 เป็นหนังต่อยอดไอเดียจากหนังสั้นที่สอบตก มันไม่สนุกส่วนตัวเรา แถมยังต่อยอดออกมาได้ไม่เวิร์คอีกต่างหาก เป็นตัวหนังมันไม่สุดสักทางเลยจริงๆแต่ว่าแต่กระนั้น CG ก็จัดว่าทำออกมาเจริญเลยล่ะ เนียนเลย นอกจากนั้นก็…นะ